ทส.จับมือกลุ่มน้ำดื่มงดใช้แคปซิลเริ่ม 1 เม.ย. 

ทส.จับมือกลุ่มน้ำดื่มงดใช้แคปซิลเริ่ม 1 เม.ย. คพ.เผยช่วยลดขยะพลาสติกหุ้มขวดน้ำได้2,600 ล้านชิ้น/ปีหรือหนัก 520 ตัน/ปี นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดทส. พร้อมด้วยนางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 11 หน่วยงาน ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ

การขับเคลื่อนการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม หรือแคปซิล นายวิจารย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการนำพลาสติกมาใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น แต่เราต้องงดใช้พลาสติกบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น แก้วกาแฟ เราสามารถนำขวดส่วนตัวไปใช้ได้ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกลง การตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมต้องเริ่มจากตัวเราก่อน และที่ผ่านมาประเทศไทยก็มีปัญหาขยะทะเลติดอันอับที่ 6 จาก 192 ประเทศทั่วโลก ซึ่งขยะส่วนใหญ่เป็นพลาสติก สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เราต้องตระหนักถึงปัญหาพลาสติกมากขึ้น โดยสร้างจิตสํานึกให้กับทุกคนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการช่วยกันลดการใช้ผลิตภัณฑ?พลาสติกที่ไม่จําเป็น ด้านนางสุณี กล่าวว่า ประเทศไทยมีการผลิตขวดพลาสติกเพื่อบรรจุน้ำดื่ม ประมาณ 4,400 ล้านขวดต่อปี โดยมีสัดส่วนการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ําดื่มหรือแคปซิลร้อยละ 60 หรือ ประมาณ 2,600 ล้านขวดต่อปี ทำให้เกิดขยะพลาสติก 2,600 ล้านชิ้นต่อปี หรือคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 520 ตันต่อปี หรือมีความยาว 260,000 กม. คิดเป็นความยาวรอบโลก 6.5 รอบ แคปซิลเป็นพลาสติกพีวีซี มีขนาดชิ้นเล็ก น้ำหนักเบา ง่ายต่อการทิ้งกระจัดกระจายลงในสิ่งแวดล้อม แต่ยากต่อการรวบรวมและจัดเก็บเพื่อนํากลับมารีไซเคิล และไม่คุ้มทุนในการดําเนินการ ทําให้แคปซิลถูกทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อมทั้งบนบกและทางทะเล จึงเป็นปัญหาต่างๆ เช่น การอุดตันตามท่อระบายน้ำ บางส่วนไหลลงแม่น้ำ ลำคลอง และทะเล. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

 

This entry was posted in news.