“Justice League” ฮีโร่ขั้นเทพ-ปีศาจสุดแกร่ง

“Justice League” ฮีโร่ขั้นเทพ-ปีศาจสุดแกร่ง
เมื่อ “ฮีโร่” ไม่สามารถพิทักษ์โลกได้เพียงลำพัง พวกเขาต้องจับมือรวมกลุ่มกัน เพื่อต่อกรกับกองทัพปีศาจสุดแกร่ง ราวกับเทพเจ้าใน “Justice League”

ดูหนังกับหมีวันนี้ขอเสนอเรื่อง “จัสติซ ลีก-Justice League” ภาพยนต์แนวแอกชั่น ความยาว 120 นาที ค่ายหนัง Warner Bros. Pictures (วอร์เนอร์บราเธอส์) ฝีมือ “แซค สไนเดอร์” ผู้กำกับชื่อดังชาวสหรัฐฯ ทุนสร้างกว่า 300 เหรียญสหรัฐ

เรื่องเล่าถึงเหล่าฮีโร่ในจักรวาล DC และเป็นภาคต่อของ Batman VS Superman : Dawn of Justice กล่าวคือ “แบทแมน” (บรูซ เวย์น เศรษฐีชาวอเมริกัน และเจ้าของธุรกิจเวย์น เอ็นเทอร์ไพรซ์) นำแสดงโดย “เบน เอฟเฟล็ค” ซึ่งไม่ค่อยถูกชะตากับ “ซูเปอร์แมน” (คลาร์ก เค้นต์ หนุ่มชาวนาและนักหนังสือพิมพ์ที่รักความสงบ แต่แท้จริงแล้วเขาคือชาวดาวคริปตันผู้แข็งแกร่ง) นำแสดงโดย “เฮนรี่ คาวิลล์” ได้จับมือกับ “วันเดอร์ วูแมน” (ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งชนเผ่า อเมซอน เผ่านักรบหญิงในตำนานกรีก) นำแสดงโดย “กัล กาโดต์” เข้าต่อสู้กับ “ดูมส์เดย์” กระทั่งทั้ง 3 เอาชนะอสูรกายสำเร็จ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น แม้ว่าโลกจะปลอดภัย แต่ก็ต้องแลกไปด้วยชีวิตของ “ซูเปอร์แมน” ทำให้ชาวโลกเกิดความวิตกกังวล กลัวว่าจะมีเหล่าร้าย หรือปีศาจที่แข็งแกร่งกลับมาบุกทำลายอีกรอบ

และแล้วก็เป็นไปตามที่คาด เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 2 ปี “สเต็ปเพ็นวูล์ฟ” แม่ทัพปีศาจผู้แข็งแกร่ง ได้ถูกส่งมายังโลกมนุษย์พร้อมฝูงปีศาจ “พาราเดมอน” เพื่อออกตามหา “มาเธอร์บ็อกส์” 3 ชิ้น ที่สามารถใช้พลังเปลี่ยนโลกนี้ ให้กลายเป็นดินแดนแห่งปีศาจ ขณะที่ “แบทแมน” กับ “วันเดอร์ วูแมน” รู้ว่าตัวเองไม่สามารถต่อกรกับเหล่าอสูรเหล่านี้ได้ จึงออกค้นหาพันธมิตรหน้าใหม่ ที่มีความสามารถให้เข้ามาช่วยปกป้องโลกนั่นก็คือ “เดอะแฟลช” (เอซรา มิลเลอร์) มนุษย์สายฟ้าที่มากับความเร็วสุดๆ, “อควาแมน” (เจสัน โม โมอา) เจ้าแห่งท้องทะเลผู้แข็งแกร่ง และ “ไซบอร์ก” (เรย์ ฟิชเชอร์) สุดยอดมนุษย์ดัดแปลง ที่ผสมผสานระหว่างร่างกายมนุษย์ กับเทคโนโลยีระดับสูง เรื่องราวการต่อสู้ของเหล่าฮีโร่จะเป็นอย่างไร ต้องไปติดตามกันดูละครับ

สำหรับข้อมูลใน “Justice League” เหล่านักวิจารณ์และเพจเฟซบุ๊กชื่อดังในโลกออนไลน์ ต่างเทคะแนนความสนุกไว้ค่อนข้างต่ำ โดยบางคนให้คะแนนเพียง 5-6 ขณะที่อีกฝ่ายให้คะแนนค่อนข้างสูง 8-9 ทำให้คะแนนรวมออกมากลางๆ คือ 7-8 คะแนน

โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่า มีการปูพื้นเรื่องของตัวละครที่ยืดเยื้อ เพราะต้องการให้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่างๆ แต่อย่าลืมนะครับว่า ในดีมีเสีย-ในเสียย่อมมีดี ดังนั้นหากท่านผู้ชมสังเกตให้ดีๆ ก็จะพบว่ามีรายละเอียด และความลับต่างๆ ที่น่าสนใจซ่อนเอาไว้หลายเรื่อง เช่น ฉากที่แบทแมนยืนอยู่บนการ์กอยล์ ท่ามกลางท้องฟ้าแลบ หลังจาก “จิม กอร์ดอน” เป็นคนเรียกด้วยการส่งสัญญาณค้างคาวนั้น คือการอ้างอิงถึงหน้าปกฉบับคอมมิกของ แบทแมน ในหัวเรื่อง Detective Comics #682 ที่เขียนโดย แกรแฮม โนแลน เมื่อปี 1937 

รวมถึงฉากของ “ป้ายบริษัท ACE Chemicals” ในฉากที่ “แบทแมน” กำลังยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ เพ่งมองดูสัญญาณไฟค้างคาวบนท้องฟ้า โดยบริษัทแห่งนี้เองที่โยงเกี่ยวกับเรื่อง “Suicide Squad” ในช่วงที่จอมวายร้ายอย่าง “โจ๊กเกอร์” และ “ฮาร์ลีย์ ควินน์” ร่วงลงไปในบ่อสารเคมี แล้วโผล่ขึ้นมาเป็นผิวขาวซีด เห็นไหมละครับว่า รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ล้วนมีที่มา-ที่ไป จนโยงไปหาเรื่องอื่น ๆ ได้ด้วย.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

This entry was posted in news.